น้ำมันมะพร้าว ชนิดแคปซูล


ทำไมต้องรับประทานน้ำมันมะพร้าวของ ไวต้าทิพย์ ?

  • แคปซูลทำมาจากเจลาตินปลา โปรตีนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ สกัดพิเศษจากเกล็ดปลา นำเข้าจากประเทศเกาหลีเหมาะสำหรับ ผู้ที่ไม่กินเนื้อวัว และไม่ชอบกลิ่นเนื้อวัว เนื่อจากแคปซูลโดยทั่วไป จำทำมาจากไขวัว เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเจลาตินจากวัว หรือหมูเพื่อสอดคล้องกับสาสนาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
  • บรรจุแคปซูลขนาด 1,000 มิลลิกรัม พร้อมรับประทาน ทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น พกพาสะดวก นอกจากนี้ตัวแคปซูลทำมาจาก เจลาตินปลา ซึ่งเริ่มใช้ในทางการค้าเมื่อปี 1993 มีราคาแพงกว่าเจลาตินจากหมูและวัว สกัดพิเศษจากเกล็ดปลาผ่านกระบวนการผลิตในโรงงานที่มีเทคโนโลยีทันสมัย และได้มาตรฐาน แน่นอนว่าเจลาตินจากปลาได้รับการรับรองจากองค์กรฮาลาล เป็นแคปซูลอีกชนิดหนึ่งที่น่าใจสำหรับมุสลิม

 

  • การจดทะเบียนจากอย.ทั้งไทยและสหรัฐอเมริกา

 

  • ได้รับมาตราฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point System) จากสถาบัน Moody International คือโรงงานมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์ด้านการผลิตอาหาร และมีการตรวจสอบสารปนเปื่อนจากเคมี ย่าฆ่าแมลง และจุลินทรีย์ที่ตกค้างในน้ำมันอีกด้วย

 

vitatip-60cp-


แคปซูลน้ำมันมะพร้าว ไวต้าทิพย์ | ทำจากเจลาตินปลา

แคปซูลน้ำมันมะพร้าว

 

น้ำมันมะพร้าวชนิดแคปซูล ไวต้าทิพย์ ขนาด 1,000 มิลลิกรัม 1 ขวด บรรจุ 60 แคปซูล

เปลือกแคปซูลทำจากเจลาตินปลา โปรตีนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ สกัดพิเศษจากเกล็ดปลา นำเข้าจากประเทศเกาหลีเหมาะสำหรับ ผู้ที่ไม่กินเนื้อวัว และไม่ชอบเนื้อวัว เนื่องจากแคปซูลโดยทั่วไป จะทำมาจากไข่วัว เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเจลาตินจากวัว หรือหมูเพื่อสอดคล้องกับศาสนาและวัฒนธรรมที่แตกต่าง


รูปร่างได้สัดส่วน ไม่อ้วน แต่แข็งแรง

เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวที่เราบริโภคเข้าไปสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที จึงไม่มีไขมันสะสมในร่างกาย อีกทั้งยังกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานดีขึ้น จึงนำเอาไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ก่อนหน้า ไปใช้เผาผลาญให้เกิดพลังงาน จึงช่วยลดความอ้วนได้ ดังนั้นผู้ที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำจึงไม่อ้วน (เพราะไม่มีไขมันสะสม) แต่ร่างกายก็สันทัดสมส่วน และแข็งแรง

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% ผลิตจากกะทิสด ด้วยกรรมวิธีสกัดเย็นโดยการเหวี่ยงแยก ผลิตโดยใช้น้ำกะทิสด ณ อุณหภูมิ 5-0 ๐C สามารถทำให้เป็นน้ำมันมะพร้าวได้ภายใน 15 นาทีโดยยังคงความสด และคุณสมบัติตามธรรมชาติไว้ได้อย่างครบถ้วน

โดยสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวช่วย

✔ เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ให้กับร่างกาย
✔ ควบคุมไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ไม่ให้เพิ่มมากขึ้น
✔ ปรับระดับน้ำตาลในกระแสเลือด
✔ ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญอาหาร
✔ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี
✔ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย


สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อสุขภาพ

1. กินแล้วไม่อ้วน 

          น้ำมันมะพร้าวให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น นั่นคือ 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม ในขณะที่น้ำมันชนิดอื่นให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม มีกรดไขมันอิ่มตัวที่ไม่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มอัตราเมตาบอลิซึมนานถึง 24 ชั่วโมง ทำให้อาหารหรือปริมาณแคลอรีถูกนำไปเผาผลาญมากขึ้น ไม่เหลือเป็นแคลอรีส่วนเกิน ที่จะถูกสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน

 

2. กระตุ้นการขับถ่าย

          น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ใหญ่ จึงช่วยกระตุ้นการขับถ่าย สำหรับคนที่กินน้ำมันมะพร้าวในระยะแรกอาจมีอาการท้องเสีย ถือว่าเป็นอาการปกติ แต่ถ้าหากกินไปสักระยะแล้วยังมีอาการท้องเสียอยู่ ควรหยุดทาน เพราะน้ำมันมะพร้าวอาจไม่เหมาะกับธาตุในร่างกาย

 

3. บำรุงกำลัง 

          น้ำมันมะพร้าวนั้นกินแล้วย่อยง่าย ร่างกายดูดซึมไปใช้ในกระบวนการเผาผลาญได้ทันที อีกทั้งกินแล้วอิ่มนาน จึงทำให้ร่างกายมีกำลังเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าวจึงถูกนำไปบำรุงกำลังแก่นักกีฬาทั้งแบบชงดื่ม และแบบแท่ง รวมถึงเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุด้วย

 

4. ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อม

          น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคตับ และโรคไต

 

5. บำรุงกระดูก 

          สารอาหารในน้ำมันมะพร้าวนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อความ­แข็งแรงของกระดูก ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม จึงช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก ไม่ให้เปราะ แตกหักง่าย

 

6. บำรุงครรภ์ 

          น้ำมันมะพร้าวถือว่าเป็นอาหารที่ดีต่อคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณแม่รับประทานน้ำมันมะพร้าวในช่วงตั้­งครรภ์ ก็จะช่วยให้ทารกมีภูมิคุ้มกันที่ดี และเป็นการเพิ่มคุณค่าของน้ำนมแม่อีกด้วย เพราะในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้ในน้ำนมแม่ นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียม ที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง รวมทั้งป้องกันภาวะกระดูกพรุน หรือการสูญเสียแคลเซียมของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย

 

7. ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

          ในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก กรดคาปริก และกรดคาปริลิก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย การรับประทานน้ำมันมะพร้าวติดต่อกันทุกวันในปริมาณเพียงเล็กน้อ­ยจะช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทขึ้น และยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ลดความเครียด และอาการอ่อนเพลียได้ด้วย

 

8. ลดการอักเสบและติดเชื้อ

          น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อได้ เพราะกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะถูกเปลี่ยนเป็น สารมอโนลอริน (monolaurin) มีคุณสมบัติสร้างภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย ถือเป็นเป็นทั้งยาปฏิชีวนะธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจ­ากการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่เริม คางทูม เจ็บคอ

 

9. บำรุงสุขภาพในช่องปาก

          น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก อันเป็นสาเหตุให้เกิดคราบพลัคที่จะนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ภายในช่องปาก เช่น เหงือกอักเสบ เหงือกช้ำ บวม แดง หรือเลือดออกตามไรฟัน รวมถึงอาการติดเชื้อบริเวณลำคอด้วย วิธีใช้คือนำน้ำมันมะพร้าวมาอมบ้วนปากครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 1 ครั้ง

 

10. ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง 

          น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงถึงร้อยละ 92 ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังมีวิตามินไบโอที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งผิวหนัง

 

 

vitatip-Coconut-oil-thai-capsule

 


สารพัดประโยชน์กับน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว


วันนี้เราจะมาคุยกับ แพทย์หญิง พักตร์พิไล ทวีสิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและสุขภาพ

แพทย์หญิง : มันมีงานวิจัยในเมืองนอกว่าน้ำมันมะพร้าวเนี่ยเราได้จากการกินกะทิ  กินมะพร้าวมาตั้งแต่ยุคโบราณว่าในเมืองไทยเราค่อยได้ทำวิจัยในอเมริกาเขาไปทำวิจัยและสังเกตุว่าประชาชนในหมู่เกาะ แปซิฟิคใต้ระหว่างหมู่เกาะที่อยู่ระหว่างอเมริกาเหนืออเมริกาใต้ ประชาชนกลุ่มนั้นก็จะทานอาหารซึ่ีงจะมีส่วนประกอบของมะพร้าว   มะพร้าวแก่ๆแบบบ้านเราเนี่ย อาจจะไม่ได้เอาไปคั้นเป็นกะทิ แต่ว่าอาหารสารพัดจานจะมีมะพร้าวเป็นส่วนผสมถึง 60 % ในแต่ละวัน ปรากฏว่าทั้งเกาะสิวไม่มี  ผื่นแพ้ ภูมิแพ้ไม่มีโรคหัวใจก็ไม่มี บางคนก็จะบอก เอ๊ะ. เรากินอาหารประเภทกะทิ มันเป็นไขมันอิ่มตัว  คำว่าไขมันอิ่มตัวคือเข้าตู้เย็นแล้วเป็นของแข็งเหมือนมันหมู แต่จริงๆก็มีงานวิจัย ย้อนกลับมาดูจริงๆแล้วในน้ำมันมะพร้าวก็จะมีไขมันจริง แต่ว่าเป็นไขมันที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ไขมันตัวนี้มีขนาดไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ไขมันตัวนี้เวลาเรารับประทานเข้าไป คุณสมบัติพิเศษก็คือ เขาถูกดูดซึบทันทีจากลำไส้เราแล้วก็จะส่งไปที่ตับ ไปใช้เป็นพลังงานที่ตับ ซึ่งเรียกว่าใช้พลังงานทันที เพราะฉะนั้นการเก็บสะสมจะน้อยกว่าการเก็บอย่างอื่นด้วยซ้ำ ที่สำคัญก็คือ เวลาร่างกายเราเขาย่อยสลายหรือเขาใช้พลังงานจากตัวมะพร้าวเนี่ย  จะได้สารตัวหนึ่ง เราเรียกว่า”ครีโตบอดี้”เจ้าครีโตบอดี้เนี่ย ประโยชน์มหาศาล คือเป็นสารอาหารธรรมชาติแบบหนึ่งที่ร่างกายเราสร้างน้ำมันมะพร้าวเนี่ย ซึ่ง สามารถดูดซึบเข้าสมองได้ เพราะฉะนั้นก็มีการวิจัยว่าเอาไปใช้ในคนไข้ที่เริ่มมีปัญหาสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ แม้กระทั่งเด็กที่เป็น   โรคลมชัก ก็บอกว่าแทนที่จะไปกินน้ำมันธรรมดาเนี่ยก็หันมาทานน้ำมันมะพร้าว

พิธีกรชาย  : สกัดพิเศษด้วยใช่ไหมครับ

แพทย์หญิง : แน่นอน ก็การสกัดให้เป็นสกัดเย็นธรรมชาติ ไม่ใช่ใส่สารลงไปสกัดหรือว่าเอาไปต้มให้มันเดือด คือต้องกินเหมือนมะพร้าวสดอ่ะ      มะพร้าวแก่สดๆเนี่ยในนั้นจะมีน้ำมันมะพร้าวที่ไม่ได้ไปผ่านความร้อนอะไรเลย  เจ้าครีโตบอดี้จะทำให้อิ่มท้องอยู่นาน

พิธีกรหญิง  : ทีนี้เราสงสัยอ่ะคุณหมอที่บอกว่าให้ทาน 2 ช้อน เพราะบางท่านกลัวอ้วน

แพทย์หญิง : ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก  น้ำมันหมู หรืออะไรก็ตาม 1 กรัม คือ 9 แคลลอรี่ คือถ้าสมมุติเราใช้น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อน    โต๊ะเราต้องลดน้ำมันอื่นๆนะ เพื่อไม่ให้พลังงานในแต่ละวันเนี่ยเรามากเกินไป ขณะเดียวกันตัวน้ำมันมะพร้าวเอง เขามีคุณสมบัติ หลายอย่างที่จะช่วยในการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก      คุณผู้หญิงควรทานน้ำมันมะพร้าววันละ 25-30ml คือเกือบๆ2ช้อนโต๊ะ  ทุกวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่ามีการกินอาหารให้น้อยลง  ขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยว่าถ้าเรากินน้ำมัน มะพร้าวร่างกายเราเผาผลาญพลังงานไปดึงพลังงานจากไขมันที่สะสมในช่องท้องออกมาด้วยซ้ำ เป็นไขมันที่กำจัดยาก

พิธีกรชาย  : แสดงว่าสรุปเลยมีผลดี  สามารถลดน้ำหนักได้ ก็สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวได้

แพทย์หญิง : น้ำมันมะพร้าวที่สกัดเย็น ทานตอนท้องว่างๆ 1-2ช้อนโต๊ะ ช่วยเพิ่มเมทตาบอลิซึ่ม หรือช่วยให้ไทรอยทำงานได้ดีขึ้น น้ำมันมะพร้าว จริงๆช่วยฆ่าเชื้อรา ช่วยให้ความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ



คำถาม-คำตอบ
 เกี่ยวกับมะพร้าว

คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) คืออะไร ?
ตอบ น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ในสภาพที่บริสุทธิ์จะใสเหมือนน้ำ ไม่มีสี ไม่เหม็นหืน มีกลิ่นของมะพร้าวอ่อนๆ ถึงแรง ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต เป็นน้ำมันที่มีคุณค่าต่อสุขภาพมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เนื่องจากมีส่วนประกอบสำคัญคล้ายกับไขมันในน้ำนมมารดาที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ทารก และเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลกที่มีแคลอรี่ต่ำ มีกรดไขมันอิ่มตัวสายโซ่ปานกลาง (Medium chain fatty acid) ซึ่งสลายตัวเป็นพลังงานและไม่สะสมเป็นไขมันภายในร่างกาย
คำถาม มะพร้าวจัดเป็นผลไม้แห้งเปลือกแข็ง (Nut) หรือผลไม้ (Fruit) หรือพืช (Vegetable) ?
ตอบ แท้จริงแล้ว มะพร้าวสามารถเป็นได้ทั้ง 3 กรณีดังที่กล่าว โดยเนื้อมะพร้าวถูกจัดอยู่ในประเภทผลไม้ และผลมะพร้าวถูกจัดอยู่ในประเภทผลไม้แห้งเปลือกแข็ง และน้ำมันมะพร้าวถูกจัดอยู่ในประเภทน้ำมันพืช
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) มีสถานะเป็นของแข็งหรือของเหลว ?
ตอบ น้ำมันมะพร้าวมีสถานะเป็นของเหลวเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียสโดยประมาณ และจะมีสถานะเป็นของแข็งเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และเราสามารถทำให้มันเป็นของเหลวได้อย่างง่ายโดยใช้ความร้อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น แช่บรรจุภัณฑ์นั้นๆ ลงในน้ำอุ่น ณ อุณหภูมิไม่เกิน 80 องศาเซลเซียส
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) ที่ดีมีลักษณะเป็นอย่างไร ?
ตอบ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่ดีจะต้องมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ความหนืดต่ำ ไม่ข้น ไม่เหม็นหืน ไม่เหม็นเปรี้ยว มีกลิ่นหอมของมะพร้าวอ่อนๆ ถ้าใช้ทาผิวจะต้องซึมสู่ผิวได้ดี ไม่เหนอะหนะ
คำถาม การผลิตน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin coconut Oil) ด้วยวิธีการ
เหวี่ยงแยก (Centrifugal Process) มีข้อดีอย่างไร ?
ตอบ การเหวี่ยงแยก ( Centrifugal Process) คือกระบวนการผลิตซึ่งอาศัย
หลักการความแตกต่างกันระหว่างความหนาแน่นของสสาร
(น้ำ น้ำมันมะพร้าว และตะกอน) โดยสสารที่มีความหนาแน่น (density) สูง
กว่า ในที่นีคือน้ำและตะกอนจะถูกเหวี่ยงแยกออก ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ระยะ
เวลาสั้นในการผลิตและบรรจุ จึงส่งผลให้มีโอกาสปนเปื้อนต่ำและสามารถ
รักษาคุณภาพของน้ำมันมะพร้าวได้ดี น้ำมันที่ได้จึงเหมาะแก่การบริโภค
ไม่เหม็นหืน มีลักษณะใสเหมือนน้ำ ความหนืดต่ำ ซึ่งวิธีการนี้สามารถ
แยกชั้นน้ำและตะกอนออกจากน้ำมันได้อย่างสมบูรณ์
คำถาม ได้ยินมาว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง มันไม่ดีต่อสุขภาพไม่ใช่หรือ ?
ตอบ เราถูกปลูกฝังมาว่าน้ำมันทุกชนิดที่มีกรดไขมันอิ่มตัวไม่ดีต่อร่างกายทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย แต่มันก็มีข้อยกเว้นสำหรับน้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวที่มาจากพืชไม่ใช่มาจากสัตว์ เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวขนาดสายโซ่ปานกลางซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ บางคนถึงกับพูดว่า”น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุดในโลก”เราอยากให้คุณลอง search หาใน google คำว่า virgin coconut oil คุณจะพบว่ามีน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ขายอยู่มากมายและส่วนใหญ่ขายอยู่ในอเมริกามากกว่า 30 แบรนด์ ! ทำไมล่ะ ? ประเทศอเมริกา เป็นประเทศที่เข้มงวดมากในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งถ้ามันไม่ดีต่อสุขภาพ แล้วทำไมถึงมีน้ำมันมะพร้าวขายมากกว่า 30 แบรนด์ ในอเมริกา
คำถาม น้ำมันที่ประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fatty acid) มีผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ?
ตอบ นักโภชนาการแนะนำให้เราลดไขมันอิ่มตัวในอาหาร ทำให้ต้องไปเพิ่มไขมันไม่อิ่มตัว ที่กลับมีผลเลวร้ายต่อสุขภาพกว่าน้ำมันหมู เพราะ ไขมันไม่อิ่มตัว มีพันธะคู่ซึ่งสามารถทำปฏิกริยากับออกซิเจนและเกิดอนุมูลอิสระได้ง่ายๆ ไขมันไม่อิ่มตัวจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ความร้อน แสง เกิดความหืน และอนุมูลอิสระ ซึ่งไปลดสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไปทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อ
คำถาม เราควรจะบริโภคน้ำมันมะพร้าวปริมาณเท่าใดในแต่ละวัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ?
ตอบ ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวนั้น โดยหลักๆ มาจากคุณค่าสารอาหารจากกรดไขมันสายโซ่ปานกลาง ( Medium chain fatty acids) ในการเปรียบเทียบปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคนั้น เราสามารถเปรียบเทียบกับปริมาณการบริโภคน้ำนมมารดาซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันสายโซ่ปานกลาง (Medium chain fatty acids) ของทารกซึ่งได้รับอย่างเพียงพอในวันหนึ่งๆ ซึ่งพบว่าผู้ใหญ่นั้นควรบริโภคในปริมาณประมาณ 3 ช้อนโต๊ะในแต่ละวันตามการศึกษาวิจัย ด้วยเหตุที่ว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถพบได้ในเนื้อมะพร้าว มันจึงถูกแนะนำให้บริโภคในปริมาณหนึ่งๆ ในแต่ละวันร่วมกับอาหารที่ประกอบด้วยไฟเบอร์และโปรตีน อย่างไรก็ตาม เราควรเริ่มรับประทานในปริมาณน้อยๆ ในช่วงแรก เพื่อที่จะได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงและผลตอบสนองที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเรา และค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นจนถึงปริมาณที่เหมาะสมสำหรับคนนั้นๆตารางแนะนำการบริโภคน้ำมันมะพร้าวต่อวันเทียบกับน้ำหนักตัว

น้ำหนักตัว ช้อนโต๊ะต่อวัน
80.1 กิโลกรัม ขึ้นไป 2.5 – 3
60.1 – 80.0 กิโลกรัม 1.5 – 2
50.1 – 60.0 กิโลกรัม 1
40.1 – 50.0 กิโลกรัม 1
30.0 – 40.0 กิโลกรัม 0.5

จากตารางจะเห็นว่า เราจะแนะนำให้คนทั่วไปกินน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1-3 ช้อนโต๊ะต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นตามน้ำหนักตัวซึ่งกลับจะลดน้ำหนักหรือไขมันในเลือด แต่ทั้งนี้เมื่อน้ำหนักลดลงแล้วต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วย อย่ากินแต่แป้ง ข้าวขัดขาว อาหารขยะ นม รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนมวัว น้ำอัดลม ขนมกรุงกรอบ ให้หันมากินข้างกล้องและผักผลไม้ให้มากขึ้น รวมทั้งหมั่นออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรีส่วนเกินออกไปด้วย

คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) มีผลข้างเคียงหรือผลเสียหรือไม่ ?
ตอบ อย่างที่ทราบกันว่า ผู้คนจำนวนมากในอดีตได้ใช้ประโยชน์อันมากมายจากน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวจึงเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา ดังนั้นมันจึงไม่มีผลข้างเคียงใดๆ แต่อาจจะเกิดขึ้นกับบางรายได้ โดยอาการส่วนใหญ่คือ อาการท้องเสีย ซึ่งพบได้ในผู้ที่เคยลดน้ำหนักอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าอาหารใดๆก็ตาม คนบางคนก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดอาการแพ้ได้ เช่นเดียวกับน้ำมันมะพร้าว ดังนั้นในช่วงแรกเราควรรับประทานในปริมาณน้อยๆ ก่อนเพื่อดูผลตอบสนองที่เกิดขึ้นภายในร่างกายเสียก่อน
คำถาม เราได้รับสารอาหารอะไรบ้างจากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นและสารอาหารเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไร ?
ตอบ น้ำมันมะพร้าวที่ได้จากกระบวนการสกัดเย็นนั้น จะอุดมไปด้วยกรดลอริก (Lauric acid) มากกว่า 50 % ของปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวทั้งหมด ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันที่พบในน้ำนมมารดา มีคุณสมบัติพิเศษในการเสริมสุขภาพความงาม เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกายแล้วกรดลอริคจะเปลี่ยนเป็นโมโนลอริก (Mono Lauric) ซึ่งป็นตัวสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง มีสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคได้หลายชนิด ตั้งแต่เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไปจนถึงไวรัสซึ่งมีเกราะไขมันหุ้มเซลล์อยู่ กรดลอริกมีกลไกที่เข้าไปทำลายเกราะไขมันหุ้มเซลล์ไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสหลายชนิดตาย อีกทั้งยังประกอบไปด้วยวิตามินอี ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการต้านการเกิดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
คำถาม เราสามารถนำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) ไปใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ?
ตอบ มีหลากหลายวิธีในการนำน้ำมันมะพร้าวไปใช้และใช้ประกอบกับอาหารของคุณ เนื่องด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีความเสถียรสูง มันจึงสามารถใช้แทนที่น้ำมันที่ให้ผลเสียต่อสุขภาพได้ และเนื่องจากสถานะของมันสามารถเปลี่ยนเป็นของแข็งได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส เมื่อมันอยู่ในสถานะของแข็ง เราจะเรียกมันว่า เนยมะพร้าว (Coconut butter) หรือเนยมะพร้าวเทียม (Coconut margarine) ซึ่งเราสามารถใช้ในการทาขนมปังได้ น้ำมันมะพร้าวสามารถใช้ผสมกับน้ำมันชนิดอื่นๆได้อย่างเข้ากันดี ผู้คนจำนวนมากรับประทานหลังจากที่นำไปแช่ในตู้เย็นแล้ว ซึ่งเราจะได้รสชาติที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับการรับประทานน้ำมันมะพร้าวในรูปของเหลว บางคนกล่าวว่ารสชาติของมันเหมือนลูกกวาด บางคนก็กล่าวว่ารสชาติเหมือน White chocolate
คำถาม อาหารประเภทไหน ที่เราควรใช้น้ำมันมะพร้าวในการทำอาหารมากที่สุด ?
ตอบ อาหารประเภททอด เพราะว่า น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวทำให้มีจุดเดือดสูง เกิดปฏิกริยาออกซิไดเซชั่น และกรดไขมันที่แปรสภาพ (Trans fatty acid) น้อย ซึ่งกรดไขมันที่แปรสภาพ (Trans fatty acid) เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการเกิดโรคแห่งความเสื่อมมากมาย เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน
คำถาม น้ำมันทรานส์ (Trans fatty acid) เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ตอบ 1.  เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม คือในกระบวนการสกัดน้ำมันพืชของโรงงานซึ่งใช้อุณหภูมิสูง ทำให้น้ำมันนั้นบิดตัวทางโครงสร้าง กลายเป็นน้ำมันทรานส์แทรกซึมอยู่
2.  เกิดในครัวเรือน คือการทอดน้ำมันจนท่วม แถมน้ำมันนั้นใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็สามารถทำให้เกิดน้ำมันทรานส์ได้เช่นกันสำหรับคนไทย ส่วนใหญ่ผู้ที่รับประทานน้ำมันทรานส์จะเกิดจากการนำน้ำมันมาใช้ทอดซ้ำ
คำถาม น้ำมันทรานส์ (Trans fatty acid) มีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้าง ?
ตอบ ประโยชน์ของน้ำมันทรานส์
น้ำมันชนิดนี้เมื่อนำไปทำอาหารจะไม่เหนียวเหนอะหนะ  ช่วยให้เก็บรักษาได้ยาวนานขึ้นโดยไม่เหม็นหืน และยัง ช่วยให้อาหารกรอบอร่อยอีกด้วยโทษของน้ำมันทรานส์
น้ำมันทรานส์เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เชื้อโรคและสารพิษเข้าสู่เซลล์ได้โดยง่าย เกิดโรคหัวใจ ความดันเลือดสูง เพราะการเพิ่มขึ้นของ LDL และลด HDL นอกจากนี้ยังขัดขวางกระบวกการขจัดคลอเรสเตอรอลและการเปลี่ยนไปเป็นพลังงานในตับ ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเป็นเบาหวานอีกด้วย
คำถาม ในปัจจุบันมีน้ำมันประเภทไหนบ้าง ที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าส่งผลเสียต่อรา่งกาย เมื่อบริโภคเข้าไป ?
ตอบ ในปัจจุบัน มีน้ำมัน 2 ประเภทที่มีหลักฐายยืนยันชัดเจนว่าส่งผลเสียต่อร่างกาย คือ ไขมันที่มาจากสัตว์ และไขมันที่มาจากกระบวนการไฮโดรจิไนเซชั่น (Hydroginization Process) ที่เปลี่ยนน้ำมันพืชกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนให้แข็งตัวที่ระดับอุณหภูมิห้อง ทั้ง 2 ประเภทนี้จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
คำถาม ปกติที่เราทานอาหาร 3 มื้อ เราก็ทานน้ำมันต่างๆอยู่แล้ว ถ้าเราทานน้ำมันมะพร้าวไปอีกวันละ 3 ช้อนโต๊ะ จะเป็นการทานมากไปหรือเปล่า ?
ตอบ น้ำมันที่เรารับประทานอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ปาล์ม ถั่วเหลือง ข้าวโพด ทานตะวัน มะกอก ล้วนเป็นกรดไขมันสายยาว ในขณะที่น้ำมันมะพร้าวเป็นกรดไขมันสายโซ่ปานกลาง แม้มันจะเป็นไขมันอิ่มตัวก็ตาม  มีหลายงานวิจัยที่ได้แนะนำการรับประทานไขมันสายโซ่ปานกลาง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะย่อยสลายกลายเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายเหมือนกรดไขมันสายโซ่ยาว    สมาคมหัวใจของ usa ได้แนะนำการรับประทานน้ำมันไว้ไม่เกิน 30 % ของแคลอรีรวม  วันหนึ่ง เราสามารถรับประทานประมาณ 2500 cal เพราะฉะนั้น 30 % ก็จะได้ 750 แคลอรีต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นกรดไขมันอิ่มตัว 1/3 ก็จะได้ 250 แคลอรีต่อวัน ซึ่งจะได้น้ำมันมะพร้าวประมาณ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน  ส่วนที่เหลือจะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว หรือที่เรารับประทานทั่วๆไป ในการประกอบอาหาร ทางที่ดีให้หลีกเลี่ยงการรับประทานของมันๆทั้งหลาย เพราะใช้น้ำมันไม่อิ่มตัว แล้วนำมาทอดซ้ำกันอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้น้ำมันกลายสภาพเป็น trans fat ทันที หรือถ้าไม่ทอดซ้ำ ก็ให้รับประทานปริมาณน้อยๆ เนื่องจากเป็นกรดไขมันสาบโซ่ยาว ซึ่งเมื่อเข้าไปในร่างกายจะย่อยสลายได้ยากนายแพทย์บรรจบ ชุณหสวัสติกุล ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับประทานน้ำมันดังนี้
1.  รับประทานน้ำมันอิ่มตัว 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำมันที่รับประทานในแต่ละวัน ประมาณ 250 แคลอรีต่อวัน น้ำมันที่แนะนำคือ น้ำมันมะพร้าว
2.  รับประทานน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำมันที่รับประทานในแต่ละวัน ประมาณ 250 แคลอรีต่อวัน น้ำมันที่แนะนำคือ น้ำมันเมล็ดชา และน้ำมันมะกอก
3. รับประทานน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำมันที่รับประทานในแต่ละวัน ประมาณ 250 แคลอรี/วัน  ได้แก่ น้ำมันพืชชนิดอื่นๆ
คำถาม เราควรจะเก็บน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ไว้ในตู้เย็นหรือไม่ และสามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ ?
ตอบ เราไม่จำเป็นต้องเก็บน้ำมันมะพร้าวไว้ในตู้เย็น เพราะว่าน้ำมันมะพร้าวมีความเสถียรสูงซึ่งทำปฎิกริยากับสารอื่นๆ ได้ต่ำมาก เราสามารถเก็บน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) ไว้ได้ถึง 2 ปี อย่างไรก็ตามเราสามารถยืดวันหมดอายุของมันไปได้อีก โดยการเก็บไม่ให้สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง
คำถาม การทำอาหารโดยใช้น้ำมันมะพร้าวจะทำให้มันกลายเป็น Hydrogenated Oil หรือไม่ และเป็นอันตรายเหมือนกับการใช้น้ำมันที่มีการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenated Oil) ลงไปหรือไม ่?
ตอบ กระบวนการไฮโดรจิเนชั่น (Hydrogenation process) คือกระบวนการในระดับอุตสาหกรรม โดยใช้วิธีการเติมไฮโดรเจนลงไปในน้ำมันเพื่อทำให้เป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตคือ กรดไขมันที่แปรสภาพ (Trans fatty acid) เป็นผลผลิตจากกระบวนการเติมไฮโดรเจน ซึ่งเป็นกรดไขมันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเป็นไขมันที่ก่อมะเร็ง น้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นน้ำมันที่มีความเสถียรสูงแม้ว่าที่อุณหภูมิสูงก็ตาม ดังนั้นมันจึงเป็นน้ำมันที่ดีที่สุดตัวหนึ่งในการนำมาใช้ในการประกอบอาหาร อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้ความร้อนที่สูงเกินจุดควัน (Smoke point) ของมัน ซึ่ง ณ จุดนี้จะทำให้น้ำมันมะพร้าวเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองได้ และเมื่อมันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองดำ เราควรจะต้องเปลี่ยนน้ำมันใหม่ทันที จุดควันของน้ำมันมะพร้าวสามารถทำให้เพิ่มขึ้นได้โดยการเติมน้ำมันปาล์มสายโซ่สั้น (Palm shortening) หรือน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (Virgin palm oil)
*จุดควัน (Smoke point) ในที่นี้คือ อุณหภูมิแรก ณ จุดที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวเกิดควันขึ้น
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) มีประโยชน์อย่างไร
ต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ?
ตอบ โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
ชนิดที่ 1: ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินอย่างพอเพียง
ชนิดที่ 2: ร่างกายสร้างอินซูลินได้ แต่เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลินได้มีการศึกษาพบว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดได้ช่วยให้
ร่างกายเพิ่มการสร้างอินซูลิน และปรับเปลี่ยนให้เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลิน
(Garfinkel et al. 1992; Han et al. 2003) ดังนั้นน้ำมันมะพร้าวจึงแก้โรคเบา
หวานทั้ง 2 ชนิดได้ ผู้ป่วยที่มือเท้าสูญเสียความรู้สึก กลับมามีความรู้สึกได้
เมื่อเติมน้ำมันมะพร้าวในอาหารเพียงไม่กี่สัปดาห์โดยปรกติหลังจากรับประทานอาหาร ผู้ป่วยจะมีน้ำตาลในเลือดมาก
ปริมาณน้ำตาลที่สูงนี้สร้างปัญหาต่อสุขภาพ ผู้ป่วยจึงต้องตรวจน้ำตาลใน
เลือด หากมีน้ำตาลในระดับสูงจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเพื่อลดน้ำตาล การ
บริโภคน้ำมันมะพร้าวจะช่วยลดการนำน้ำตาลเข้าไปในกระแสเลือด ผู้ป่วย
บางคนสามารถควบคุมและลดปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยการเติมน้ำมัน
มะพร้าวลงในอาหาร (Fife 2006)
ที่มา: เอกสารวิชาการ “มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว” โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์หรือไม่ ?
ตอบ น้ำมันมะพร้าวคืออาหาร และเป็นอาหารหลักของพวกเรามาตั้งแต่อดีตกาล มันจึงปลอดภัยสำหรับทุกๆคน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังไม่เคยบริโภคน้ำมันมะพร้าว คุณควรจะรับประทานเริ่มต้นทีละน้อยก่อนเสมอ
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) มีประโยชน์อย่างไร่
ต่อผู้ที่เป็นโรคตับ ?
ตอบ กรดไขมันสายสั้นและสายกลางเป็นกรดไขมันโมเลกุลเล็ก หากกินเข้าไป
มันจะถูกดูดซึมเข้าสู่ตับโดยตรง แล้วจะถูกใช้เป็นพลังงานของตับ ซึ่งจะมี
ประโยชน์ ในกรณีของตับอักเสบเรื้อรัง หากจะให้แนะนำการรับประทาน
น้ำมันมะพร้าว เพื่อรับเอากรดไขมันขนาดกลางและสั้น จำเป็นจะต้อง
1. งดน้ำมันอย่างอื่นทั้งหมดรวมทั้งกะทิ เพื่อป้องกันไม่ให้มีไขมันมากเกิน
.   ไปให้เป็นปัญหาต่อตับอีก
2. ใช้น้ำมันมะพร้าวเพียงเล็กน้อย แนะนำว่าใช้เพียงวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ
ก็เพียงพอแล้ว ถึงน้ำมันมะพร้าวจะมีประโยชน์ก็ต้องไม่ใช้มากกว่านี้
ที่มา : หนังสือเรื่อง ไวรัสตับอักเสบ บำบัดได้ด้วยวิธีธรรมชาติ
คำถาม การตรวจสอบสุขภาพโดยดุจากค่าคลอเรสเตอรอลนั้นทำได้อย่างไร ?
ตอบ วิธีเปรียบเทียบที่สำคัญที่เราควรรู้ไว้เป็นพื้นฐานสำหรับเวลาไปหาหมอตรวจสุขภาพ ให้ดูไขมันทั้ง 3 ชนิดโดยดูสัดส่วนดังนี้1. สัดส่วนของ  Total Chol / HDL-Chol  ควรน้อยกว่า 4.6
2. สัดส่วนของ  LDL-Chol / HDL-Chol ควรน้อยกว่า 3ซึ่งจะพบว่า ผู้ที่มีคลอเรสเตอรอลรวมเยอะก็ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพไม่ดี ต้องมาดูกันที่คลอเรสเตอรอลตัวอื่นๆประกอบด้วย ถ้า HDL-Chol  เพิ่มขึ้นก็แสดงถึงสุขภาวะที่ดี แต่ในทางกลับกัน ถ้าคลอเรสเตอรอลรวมเพิ่มขึ้น แต่ LDL-Chol ไม่เพิ่ม ต้องลองเอา LDL-Chol และ HDL-Chol มาหารกันดู ถ้า LDL-Chol ไม่ได้มากกว่า HDL-Chol เกิน 3 เท่า ก็ยังถือว่าปลอดภัย
คำถาม ทำไมน้ำมันมะพร้าวถึงเป็นน้ำมันที่ดีต่อโรคหัวใจ ?
ตอบ 1. ไม่เพิ่มระดับคอเรสเตอรอลในเลือด
2. ไม่ได้ทำให้เกล็ดเลือดซึ่งมีขนาดครึ่งหนึ่งของเม็ดเลือดแดงจับตัวกันเป็น
ลิ่มเลือด
3.  ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลทั้งในเลือดและในตับ
4.  เพิ่มการสะสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่มา : หนังสือ “น้ำมันมะพร้าวรักษาโรค” โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล และ ดร. ณรงค์ โฉมเฉลา
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) มีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจได้อย่างไร ?
ตอบ ความคิดและความเชื่อว่าน้ำมันมะพร้าวซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูงนั้นเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจนั้นอยู่คู่กับชาวโลกมานานหลายสิบปี จนเมือไม่นานมานี้เริ่มมีข้อมูลใหม่เกิดขึ้นคือน้ำมันมะพร้าวไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับข้อมูลเดิมมาพิจารณากันที่ความจริงที่เกิดกับชาวหมู่เกาะแปซิฟิกและชาวศรีลังกา ซึ่งเป็นชนชาติที่กินน้ำมันมะพร้าวกันมาก พบว่าไม่มีใครมีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน ไม่มีใครท้องผูกหรือมีปัญหาระบบขับถ่าย ไม่มีใครป่วนเป็นโรคไต แม้กระทั่งโรคหัวใจ ในประทศศรีลังกามีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพียง หนึ่งแสนคนเท่านั้น ซึ่งถ้าน้ำมันมะพร้าวไม่ดีต่อสุขภาพจริง ชาวเกาะทั้งหลายหรือแม้แต่ชาวศรีลังกาก็คงป่วยตายกันไปหมดแล้วชอร์แลนด์และคณะเสนองานวิจัยทางระบาดวิทยาว่าด้วยเรื่องไขมันเลือดของชาวเกาะโพลีนีเซียนซึ่งกินน้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารประจำวันมาก เขาพบว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีระดับคลอเรสเตอรอลต่ำ และมีอัตราโรคเส้นเลือดแข็งต่ำกว่ากลุ่มคนชาวยุโรป รวมทั้งชาวเกาะที่กินอาหารแบบตะวันตกด้วย (Shorland, F.B., et al. Studies on fatty acid composition of adipose tissue and blood lipids of Polynesians. Am J Clin Nutr 1969; 22(5): 594-605.)

ความรู้นี้ได้รับการยืนยันในปี  ค.ศ. 1981 ด้วยงานของไพเออร์ที่พบว่าชาวเกาะซึ่งกินน้ำมันมะพร้าวเกิน 50% ของแคอรีรวมกลับไม่มีปัญหาเรื่องระดับคอเลสเตอรอล งานของไพเออร์ดูละเอียดลึกเข้าไปถึงอาหารของชาวเกาะ และพบว่าพวกเขากินน้ำมันมะพร้าวมากถึงวันละ 100 กรัม ซึ่งให้แคลอรีสูงถึง 900 กิโลแคลอรี แต่กลับไม่พบโรคหัวใจ โรคเบาหวาน มะเร็ง และโรคไทรอยด์ต่ำ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทำนองเดียวกันอีกหลายชิ้นที่พบความปลอดภัยของน้ำมันมะพร้าวต่อโรคหัวใจอีกด้วย

ที่มา : หนังสือ น้ำมันมะพร้าวรักษาโรค โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสติกุล และ ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา หน้า 25-28

คำถาม ทำไมกินน้ำมันมะพร้าวแล้วถึงไม่อ้วน และยังช่วยลดความอ้วนได้อีกด้วยจริงหรือไม่ ?
ตอบ อาหารที่เรากินเข้าไปนั้นมีส่วนประกอบของไขมันอยู่ ไขมันที่เรากินเข้าไปนั้นจะแตกตัวออกเป็นกรดไขมันสายโซ่โมเลกุลต่างๆกันมากมายโดยเอนไซม์เลเปส ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้จะไปยึดจับกับเซลล์ไขมันของเราโดยตรง และสะสมในปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เมิ่อเปรียบเทียบกับสารอาหารอื่นๆ เช่น โปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรต จะถูกย่อยสลายและใช้เป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเรารับประทานโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตมากเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะทำให้เราอ้วนได้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งเป็นประเภทไขมันนั้นจะไปสะสมที่เซลล์ไขมันของเราโดยตรง และวิธีที่จะกำจัดมันทิ้งคือการใช้พลังงานของร่างกายให้มากกว่าพลังงานที่รับเข้าไป เราจึงจะสามารถดึงไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงานได้ร่างกายของมนุษย์สามารถเปลี่ยนน้ำมันมะพร้าวที่มีสายโซ่โมเลกุลขนาดกลาง (C8 – C14) ให้เป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว โดยมันจะไม่เข้าสู่กระแสเลือดเหมือนไขมันชนิดอื่นๆ และได้มีการวิจัยว่าน้ำมันมะพร้าวมีปริมาณคอเลสเตอรอลน้อยที่สุด เพียง 14 ส่วนในล้านส่วนเมื่อเทียบกับน้ำมันชนิดอื่นๆ เมื่อเราบริโภคเข้าสู่ร่างกายมันจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ตับอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่เกิดการสะสมเป็นไขมันในหลอดเลือดและเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย และน้ำมันมะพร้าวยังไปกระตุ้นอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic rate) ไขมันส่วนเกินที่สะสมไว้ในส่วนต่างๆของร่างกายให้เป็นพลังงานอีกด้วย จึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักและลดความอ้วนได้ อย่างไรก็ตามเราควรที่จะต้องออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อสร้างเซลล์กล้ามเนื้อ เพราะว่า เซลล์กล้ามเนื้อมีความสามารถในการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าเซลล์ไขมัน ดังนั้นถ้าเรามีเซลล์กล้ามเนื้อมากซึ่งได้จากการออกกำลังกาย ก็จะทำเรามีระบบการเผาผลาญที่ดีตามไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่าการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น การอดอาหาร เป็นต้นงานวิจัยที่ 1: เป็นงานวิจับของมหาลัยแม็กกิลที่แคนาดาพบว่า ถ้าคุณทดแทนน้ำมันทุกชนิดในอาหารของคุณซึ่งก็ล้วนเป็นกรดไขมันสายยาวทั้งนั้น เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันทานตะวัน แม้กระทั่งน้ำมันมะกอก แต่ทดแทนด้วยน้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นกรดไขมันสายกลาง กินต่อเนื่องไปตลอดปี คุณจะลดน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัมต่อปี อย่างไรก็ตามนักวิจัยทีมนี้กล่าวว่า คุณต้องไม่กินนมและผลิตภัณฑ์นมวัว เพราะนั่นเป็นแหล่งน้ำมันจากสัตว์ ต้องไม่กินเฟรนซ์ไฟร์ซึ่งเป็นน้ำมันปาล์มทอดซ้ำ ไม่กินขาหมู ข้าวมันไก่ ซึ่งเป็นกระทำที่ทำได้ยากทีเดียว แต่มันก็ช่วยเรื่องสุขภาพได้ดีทีเดียวเช่นกัน (St-Onge, M. and Jones, P.J.H. Physiological effects of medium-chain triglycerides: potential agents in the prevention of obesity. J of Nutr 2002;132(3): 329-332.)

งานวิจัยชิ้นที่ 2: เป็นงานวิจับของสกาลฟี กล่าวว่า พลังงานที่ใช้ก่อนและหลัง มื้ออาหารที่ใส่น้ำมันสายกลาง พบว่าในคนปกติเมื่อกินน้ำมันมะพร้าว อัตราการเผาผลาญพลังงานจะเพิ่มขึ้น 48% ครั้นศึกษาในคนอ้วนพบว่า น้ำมันมะพร้าวช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญถึง 65% เลยที่เดียว นั้นแปลว่า คนยิ่งอ้วนยิ่งถูกกระตุ้นให้เผาผลาญอาหารได้เร็วขึ้นด้วยน้ำมันมะพร้าวมากกว่าคนผอม ด้วยเหตุนี้คนที่มีรูปร่างผอมอยู่แล้ว การกินน้ำมันมะพร้าวไม่น่าจะเห็นผลที่ชัดเจนมากนัก (Scalfi, L., et. Al. Postpandial thermogenesis in lean and obese subjects after meals supplemented with medium-chain and long-chain triglycerides. Am J Clin Nutr 1991; 53:1130-1133.)

งานวิจัยชิ้นที่ 3: เป็นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Obesity โดนสตับบส์และคณะ ดป็นการศึกษาเปรียบเทียบความหิวกระหายระหว่าการกินกรดไขมันสายกลาง (น้ำมันมะพร้าว) และกรดไขมันสายยาว (น้ำมันขนิดอื่นๆ) พยว่า น้ำมันมะพร้าวทำให้ผู้บริโภคอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าน้ำมันประเภทอื่นๆ งานวิจัยชิ้นนี้มีความนัยอยู่ว่า การกินน้ำมันมะพร้าวจะได้ผลลดน้ำหนักก็ต่อเมื่อ คนนั้นกินแคลอรี่รวมน้อยลงด้วย น้ำมันมะพร้าวมีผลเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารของร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่เหลือน้ำมันตกค้างภายในร่างกายจนสะสมเป็นความอ้วน ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมเรื่องการออกกำลังกาย จำเป็นด้วย ถ้าเพียงแต่กินน้ำมันมะพร้าวแล้วนั่งเฉยๆย่อมได้ผลลัพธ์ที่น้อยกว่า (Stubbs, R.J. and Harbron, C.G., Covert manipulation of the ration of medium to long-chain triglycerides in isoenergetically dense diets: effect on food intake in ad libitum feeding men. Int. J. Obs 1996; 20:435-444.)

คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ในการป้องกันโรคมะเร็ง?
ตอบ 1. มะเร็งลำไส้ : ได้มีการศึกษาน้ำมันชนิดต่างๆ ในหนูทดลองซึ่งถูกกระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็งชื่อ azoxymethane ผลปรกฎว่า น้ำมันมะพร้าวมีผลชงักการเจริญเติบโตของมะเร็งลำไส้ ที่กระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็ง ได้ดีกว่าน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันมะกอก โดยน้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าว ต่างก็สร้าง adenocarcinomas ในระดับเท่ากันคือ 3 % แต่ในสัตว์ทดลองที่มีลำไส้เล็กที่เลี้ยงด้วยน้ำมันมะพร้าว ไม่เกิดเ้ื่นื้องอก ในขณะที่สัตว์ทดลองที่เลี้ยงด้วยน้ำมันมะกอกเกิดเนื้องอก 7% (Reddy and Macura 1984)2. มะเร็งเต้านม : จากผลการวิจัยของ Cohen และคณะ (1984, 1986a, b, 1987) แสดงให้เห็นถึงผลของน้ำมันมะพร้าวในการชงักการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม ที่ถูกกระตุ้นทางเคมี ในขณะที่น้ำมันอื่นๆไม่ได้ชงักเลย ในกรณีนี้ การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดในสัตว์ทดลองที่เลี้ยงด้วยน้ำมันมะพร้าวมีผลต่อต้านมะเร็ง เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงด้วยน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน น้ำมันมะพร้าวมีผลในการไปลดคอเลสเตอรอลรวมในกระแสเลือด และลดการเกิดเนื้องอกมากกว่า3. มะเร็งผิวหนัง : จากผลการวิจัยของ Nolasco และคณะ (1994) ได้ทดลองใช้สารเคมีกระตุ้นให้เกิดมะเร็งผิวหนังในหนูทดลอง ซึ่งมะเร็งจะพัฒนาขึ้นภายใน 20 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามเมือใช้น้ำมันมะพร้าวร่วมกับสารเคมี ก็ไม่เกิดมะเร็งขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจาก น้ำมันมะพร้าวมมีโมเลกุลขนาดเล็กจึงสามารถถูกดูดซึมเข้าไปในผิวหนังได้ง่าย จึงช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้ดี และยังช่วยให้ผิวหนังดูอ่อนกว่าวัยด้วย

4. มะเร็งตับ : จากการศึกษาของ Balatano-Jayme และคณะ (1976) การบริโภคน้ำมันมะพร้าวสามาถป้องกันตับไม่ให้เกิดมะเร็งที่เกิดจากผลของอัลฟาทอกซินได้ โดยสารนี้สร้างขึ้นโดยเชื้อรา Aspergillus flava ซึ่งน้ำมันมะพร้าวสามารถฆ่าได้

ที่มา: น้ำมันมะพร้าวป้องกันมะเร็งตับได้อย่างไร? โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา หน้า 17-20

คำถาม วิตามินอี (Vitamin E) ซึ่งพบได้ในน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นมีประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ ได้มีการศึกษาวิจัยมากมายเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินอี ซึ่งในปัจจุบันได้ยอมรับว่ามันมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ดีโดยไปขัดขวางปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของสารในร่างกาย จึงเป็นตัวที่ถูกออกซิไดส์เองแทนสารอื่นๆในร่างกายที่มีความไวต่อการถูกออกซิไดส์ได้น้อยกว่า ป้องกันไขมันไม่อิ่มตัวที่กินเข้าไปรวมกับออกซิเจนซึ่งจะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ช่วยขยายหลอดเลือดและป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ทำให้การไหลเวียนดีขึ้น ป้องการการเกาะตัวของเกร็ดเลือดที่ผนังหลอดเลือด จึงช่วยลดการอุดตันของคอเลสเตอรอล ทั้งตัวมันเองยังมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอล ทำให้ร่างกายมีการนำพาออกซิเจนได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ร่างกายใช้ออกซิเจนได้ดีขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อมีกำลังมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้มีการผลัดผิวหนังขึ้นมาใหม่ ช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระบบประสาทดีขึ้นสามารถทำงานได้ตามปกติ ช่วยทำให้ระบบสืบพันธ์เป็นปกติ รักษาอาการเป็นหมันได้ ช่วยป้องกันการเกิดต้อกระจกได้ และยังเชื่อว่าทำลายฤทธิ์ของสารก่อมะเร็งได้ด้วย โดยวิตามินอีที่พบในน้ำมันมะพร้าวนั้นจะต้องเป็นกระบวนการสกัดเย็นจึงจะสามารถรักษาวิตามินอีตัวนี้ไว้ได้ในปริมาณสูง
คำถาม น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) มีประโยชน์ต่อผิวหนังและเส้นผมอย่างไรบ้าง ?
ตอบ น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคที่ผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อน ฮ่องกงฟุต ผิวหนังเป็นผื่น อักเสบ ตลอดจนผิวหนังแห้งที่แห้งหยาบ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ทำให้ผิวเนียนนุ่ม จึงช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นตื้นๆได้ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก โดยการทาชโลมทั่วบริเวณนั้น แล้วใช้ผ้าสะอาดพันรอบซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ โดยผิวหนังที่เสียสภาพไปนั้นอย่าขูดออก พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำ และปล่อยให้มันลอกหลุดไปเองซึ่งจะทำให้ไม่เป็นแผลเป็นหรือเป็นน้อยที่สุด รักษาโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน หนังศรีษะแห้งลอก ด้วยการหมักผมทิ้งไว้ก่อนใช้แชมพูสระผมผสมโคลทาร์ อย่างไรก็คามโรคนี้รักษาไม่หายขาด ดังนั้นเราต้องช่วยเหลือตัวเองด้วย เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น และน้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ต่อเส้นผมคือ ช่วยให้ผมนิ่ม ช่วยรักษาผมแห้งแตกปลาย ช่วยบำรุงหนังศีรษะป้องกันรังแคทำให้เส้นผมดกดำ
คำถาม อยากทราบว่าการนำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มาหมักผม จะต้องทำอย่างไร ?
ตอบ การหมักผมส่วนใหญ่แล้ว ทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งนึงใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็เพียงพอแล้ว และถ้าบางคนต้องการนำมาใช้เป็นเซรั่มบำรุงผม ให้ใฃ้ลูบผมปริมาณน้อยๆ จับที่บริเวณโคนผมแล้วลูบมาที่
ปลายผม ผมจะสวย เงางาม ไม่ต้องล้างออก เส้นผมไม่เสียแน่นอนเคล็ดลับผมสวยด้วยน้ำมันมะพร้าวบำรุงเส้นผมไม่ให้ร่วงป้องการผมหลุดร่วงโดยบำรุงผมให้แข็งแรงถึงรากผมด้วยการใช้ขิงแก่นำมาบดแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง ผสมน้ำมันมะพร้าวประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ นำมาคลึงที่หนังศีรษะให้ทั่วเป็นเวลานานประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด การประคบดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นรากผมให้ผมที่งอกขึ้นมามีรากผมที่แข็งแรง และไม่หลุดร่วงลดความมันของเส้นผม ปกป้องผมจากรังแคด้วยการใช้มะนาวหรือมะกรูดผสมกับน้ำมันมะพร้าวประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมดังกล่าวมาชโลมผม ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วจึงล้างออกและสระด้วยยาสระผม และครีมบำรุงผมมะกรูด – มีองค์ประกอบของสารไนอาซีน เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และกรดอินทรีย์อื่นๆ ที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมนุ่ม มีน้ำหนัก เงางาม ดกดำ และไม่มีรังแค ช่วยปรับค่า pH ของเส้นผมที่มีค่าความเป็นด่างสูง ซึ่งเกิดขึ้นจากการใช้แชมพู อีกทั้งยังช่วยบำรุงผมไม่ให้หงอกก่อนวัยฟื้นฟูผมเสียสู่สภาพปกติบำรุงผมเสียให้กลับคืนสู่ผมที่มีสุขภาพดีได้ด้วยการนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก นำไปปั่นให้ละเอียดผสมน้ำมันมะพร้าว 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาหมักผมไว้เป็นเวลานาน 30 นาที หรืออาจจะใช้ตะไคร้ ให้นำมาปั่นผสมน้ำมันมะพร้าวแล้วเอาน้ำมาหมักผมที่แตกปลายให้กลับสู่สภาพปกติได้ดีผมนุ่มสลวยมีน้ำหนักใช้กล้วยหอมที่สุกค่อนข้างจะงอม นำเอามายีหรือปั่นผสมกับน้ำมันมะพร้าว นำมาใช้หมักผมที่แห้งหมาดๆ แล้วทิ้งไว้เป็นเวลานาน 15-20 นาที เมื่อล้างออกแล้วให้ใช้มะกรูดเผา คั้นเอาน้ำมาชโลมผม นอกจากจะช่วยให้ผมมีน้ำหนัก และสปริงตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังช่วยให้ผมมีกลิ่นหอมและไม่แห้งแตกปลายอีกด้วย
กล้วยหอม – มีองค์ประกอบของสารเพคตินที่จะช่วยเคลือบเส้นผม ให้ผมนุ่มมันเงา นุ่มลื่น โดยแร่ธาตุต่างๆ อาทิ ฟอสฟอรัส แคลเซียม ฯลฯ จะช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ป้องกันเส้นผมถูกทำลายจากอนุมูลอิสระที่มา : www.pandintong.com
คำถาม ทำไมถึงต้องซื้อน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) กับคุณ ?
ตอบ เราให้หลักประกันแก่คุณทั้งเรื่องราคา คุณภาพสินค้าและระยะเวลาการจัดส่ง ดังนี้

  • ราคา : ราคาสินค้านั้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการผลิตและการตลาดเป็นสำคัญ ในระดับเทคโนโลยีการผลิตแบบเดียวกัน ทางเรามั่นใจว่าราคาสินค้าของเรานั้นไม่เอาเปรียบผู้บริโภคคนไทยอย่างแน่นอน
  • สินค้า : ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ สีไม่ใสเหมือนน้ำ เกิดการเหม็นหืน กรุณาส่งกลับมาให้ทางเราตรวจสอบ ทางเรายินดีคืนเงินให้กับคุณเต็มจำนวน 100%
  • ระยะเวลาการจัดส่ง : เมื่อทางเราได้รับการยืนยันการสั่งซื้อรวมถึงการชำระเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยปกติสินค้าจะถึงมือของท่านภายใน 2-3 วันทำการ ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะทางในการจัดส่งด้วย อย่างไรก็ตามถ้าสินค้าจัดส่งไม่ถึงมือของท่านภายใน 7 วันทำการ เราจะโอนเงินคืนให้คุณทันทีครึ่งหนึ่ง (50%) ของราคาสินค้าทั้งหมดในการสั่งซื้อครั้งนั้น